logo
หน้าแรก        ประวัติหน่วย      เกียรติประวัติ       ผู้บังคับบัญชา        อดีตผู้บังคับบัญชา       ติดต่อเรา
       
 

เข็มศักดิเดชน์ ประจำกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์

 



  เข็มที่ระลึก “ ศักดิเดชน์ ” ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๓๙ อันเป็นปีมหามงคลกาญจนาภิเษกที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาคุณพระองค์ท่านที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ จึงจัดสร้างเข็มที่ระลึก “ศักดิเดชน์” ประจำกรมฯ ขึ้นมา นอกเหนือจากนี้การจัดสร้างเข็มที่ระลึก ศักดิเดชน์ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ด้วยการเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ที่พระองค์ท่านทรงดำรงอยู่ในทศพิธราชธรรม ประกอบพระราชกรณียกิจนำประโยชน์สุขมาสู่พสกนิกร ด้วยพระปรีชาสามารถ ตลอดจนพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงพระราชทานพระราชอำนาจแก่ปวงชนชาวไทย อันเป็นต้นธารแห่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขสืบมาจนถึงวันนี้ ประการสุดท้ายในการจัดสร้าง ก็เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระวิริยะอุตสาหะ พระเมตตาคุณของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในฐานะที่ดำรงพระยศเป็น “นายร้อยโททหารปืนใหญ่” และรับราชการอยู่ในกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ซึ่งทรงใฝ่พระราชหฤทัยในราชการทหาร ปกครองบังคับบัญชาดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอ แม้ภายหลังทรงขึ้นครองราชย์แล้วก็ยังทรงห่วงใยในกิจการของเหล่าทหารปืนใหญ่ตลอดมา 
ศักดิเดชน์ แปลได้ว่า..ผู้ทรงศรหรือผู้ทรงอำนาจด้วยศร และ ศร นี้เองที่ถือเป็นต้นตระกูลของทหารปืนใหญ่มาแต่ครั้งโบราณ ลักษณะของเข็มที่ระลึก ศักดิเดชน์ นั้นมีตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๗ เป็นรูปพระแสงศร ๓ องค์ คือศรพรหมมาศ ศรอัคนิวาต และศรพลายวาต ซึ่งถือเป็นอาวุธของพระราม ประดิษฐานบนราวพาด พระแสงเหนือราวพาดเป็นดาวสามตรามหาจักรีบรมราชวงศ์ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ แผ่นรองรับพระราชลัญจกรมีพื้นลงยาสีเขียว ด้านบนสุดเป็นรูปเรียวรีคล้ายกระสุนปืนใหญ่

                  ความเป็นมาในการจัดสร้างเข็ม "ศักดิเดชน์" กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้วิวัฒนาการมาจากกรมทหารล้อมวัง ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๓๙๗ และได้รับการสถาปนาเป็นกรมทหารปืนใหญ่ที่๑ รักษาพระองค์เมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๐ ภารกิจต่างๆ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณไว้วางพระราชหฤทัยให้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทแด่องค์พระประมุข และเคยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระบรมวงศานุวงศ์ เข้ารับราชการในกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ สนองพระเดชพระคุณเสมอมา 
การดำเนินการจัดสร้าง 
กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการโดยแบ่งการดำเนินการเป็น ๓ ขั้นตอนดังนี้.-
ขั้นที่ ๒ ขั้นการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้เสนอหนังสือถึงกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ เพื่อขออนุมัติดำเนินการต่อมา กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ เสนอหนังสือถึงราชเลขาธิการเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ใช้ตราพระราชลัญจกร และได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระราชลัญจกรประดิษฐานบนเข็มที่ระลึกศักดิเดชน์ ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล ๐๐๐๓/๔๑๘๓ ลง ๗ มี.ค.๒๕๓๙
ขั้นที่ ๓ ขั้นการขออนุมัติใช้เครื่องหมายประดับเครื่องแบบทหาร เมื่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว ได้เสนอหนังสือตามสายการบังคับบัญชาถึงกระทรวงกลาโหม เพื่อขออนุมัติประดับเข็มที่ระลึก "ศักดิเดชน์" กับเครื่องแบบทหาร และได้รับอนุมัติตามคำสั่ง กระทรวงกลาโหม ที่ ๖๐๙/๒๕๓๙ ลง ๒๖ ส.ค. ๒๕๓๙ 
ความหมายของเข็มที่ระลึก "ศักดิเดชน์" 
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ได้ทรงพระราชสมภพในพระบรมราชจักรีวงศ์ จักรและตรี เป็นราชศาสตราวุธขององค์พระนารายณ์ ซึ่งเชื่อกันว่าเมื่อได้รับเชิญให้มาปราบยุคเข็ญในโลกมนุษย์ ได้อวตาลมาเป็นพระราม ซึ่งมีพระศร ๓ เล่ม เป็นอาวุธ คือ ศรพรหมมาศ ศรอัคนิวาต และศรพลายวาต อีกประการหนึ่ง ศรถือเป็นต้นตระกูลของทหารปืนใหญ่แต่โบราณ "ศักดิเดชน์" แปลว่า ผู้ทรงศรหรือผู้ทรงอำนาจด้วยศร กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการประดับเข็มที่ระลึก "ศักดิเดชน์" ตามคำสั่ง กระทรวงกลาโหม ที่ ๖๐๙/๒๕๓๙ ลง ๒๖ สิงหาคม ๒๕๓๙ เรื่อง เข็มศักดิเดชน์ กำหนดไว้ว่า


๑. เข็มศักดิเดชน์ มีลักษณะเป็นตราพระราชลัญจกรพระแสงศร ประจำ พระองค์รัชกาลที่ ๗ ทำด้วยโลหะสีทอง เป็นรูปพระแสงศร ๓ องค์ ประดิษฐานบนราวพาดพระแสง เหนือราวพาดพระแสง เป็นดวงตรา มหาจักรีบรมราชวงศ์ภายใต้ พระมหาพิชัยมงกุฎ แผ่นรองรับพระราชลัญจกรพื้นลงยาสีเขียว ส่วนบนสุดเป็นรูปเรียวรีคล้ายกระสุนปืนใหญ่ 
๒. ผู้มีสิทธิได้รับ "เข็มศักดิเดชน์ " ได้แก่ข้าราชการทหารที่รับราชการใน กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์, ข้าราชการนายทหารสัญญาบัตร ในสังกัดกระทรวง กลาโหม และผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อทางราชการ 
๓. การประดับเข็มศักดิเดชน์ ใช้ประกอบเครื่องแบบทุกชนิด (ยกเว้นเครื่องแบบฝึกและเครื่องแบบสนาม) หรือชุดสุภาพ โดยประดับที่กระเป๋าเสื้อด้านขวาชิดกับขอบกระเป๋าด้านใกล้กระดุม กลางลำตัวเสื้อ ถ้ามีเข็ม หรือ เครื่องหมายเชิดชูเกียรติชนิดอื่นซึ่งจะต้องประดับที่ปกกระเป๋าเสื้อด้านเดียวกันให้ประดับได้เพียงชนิดเดียว และถ้าเป็นเสื้อเครื่องแบบที่ไม่มีกระเป๋าบน ให้ประดับเข็มเครื่องหมายนี้บริเวณอกเสื้อเบื้องขวาในแนวเดียวกับกระเป๋าบน 
๔. ผู้ได้รับและมีสิทธิประดับเข็มศักดิเดชน์ จะได้รับประกาศนียบัตรตามที่กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์กำหนด 
๕. ให้กองทัพบกสร้างเข็มเครื่องหมายตัวอย่างหรือเขียนรูปเข็มเครื่องหมายตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน

 

ภารกิจ

๑. ควบคุมบังคับบัญชา วางแผน อำนวยการ และประสานการปฏิบัติของหน่วยในอัตรา และหน่วยขึ้นสมทบ 
๒. ดำเนินงานเกี่ยวกับ ระบบอาวุธทหารปืนใหญ่ การค้นหาเป้าหมาย การควบคุมและประสานการยิง การติดต่อสื่อสาร การอุตุนิยม งานแผนที่ทหารปืนใหญ่ การขนส่ง และการส่งกำลัง 
๓. กำกับดูแล การสนับสนุน และดำรงรักษาหลักฐานทางการช่วยรบให้กับหน่วยในอัตรา และหน่วยขึ้นสมทบ 
๔. จัดเจ้าหน้าที่ประจำส่วนยิงสนับสนุน 
๕. ดำเนินการติดต่อได้ด้วย ๑ หมู่ติดต่อ 
๖. ให้การรักษาพยาบาล และเวชกรรมป้องกันให้กับ กองบังคับการและกองร้อยกองบังคับการ กรมทหารปืนใหญ่ และหน่วยขึ้นสมทบ 
๗. ดำเนินการซ่อมบำรุงขั้นหน่วยให้กับยุทโธปกรณ์ในอัตราได้ 
๘. เคลื่อนที่ด้วยยานยนต์ในอัตราได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และเคลื่อนที่ในภูมิ ในตอนสรุปยอดยุทโธปกรณ์ ตอนที่ ๔ อัตรายุทโธปกรณ์ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะใช้จำนวนตามยอดสรุปยุทโธปกรณ์นี้ เป็นมูลฐานในการจัดหา และแจกจ่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ 
การใช้กำลัง ตามกลยุทธที่ ๑ 
กลุ่มเป้าหมายการถวายความปลอดภัย การเทิดพระเกียรติ และการสนองพระราโชบาย : 
ก. การถวายความปลอดภัย : กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ อำนวยการและติดตามการปฏิบัติหน้าที่กองรักษาการณ์ ณ พระตำหนักปทุมธานี โดยมีกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดกำลังสลับหมุนเวียนกับ ม.พัน.๔ รอ., ช.พัน.๑ รอ. และ ส.พัน.๑ รอ. 
ข. การเทิดพระเกียรติ : 
๑) กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรง ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายที่มีข้อความพระราชดำรัสและพระราชเสาวณีย์ในโอกาสต่าง ๆ บริเวณด้านรั้วที่ติดถนนใหญ่ และภายในที่ตั้งของหน่วย เพื่อเทิดพระเกียรติและรณรงค์ให้กำลังพลและครอบครัวตลอดจนผู้เดินทางผ่านไปมาได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จำนวน ๒๓ ป้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
๒) การรณรงค์ให้กำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้พักอาศัยในที่ตั้งหน่วย สวมใส่เสื้อสีเหลืองและการตักบาตรในทุกวันจันทร์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ค. การสนองพระราโชบาย : กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ 
๑) การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตพื้นที่ฝึกของกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ บริเวณป่าบ้านรางยอม และบ้านบ่อหว้า จำนวน ๕,๐๐๐ ต้น โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑๑ รักษาพระองค์รับผิดชอบ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาโดยมี ผู้บัญชาการกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ เป็นประธาน และโครงการพลิกฟื้นผืนป่าด้วยพระบารมี โดยกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ร่วมกับชุมชนตำบลหนองโรงได้ร่วมกันปลูกต้นราชพฤกษ์บริเวณสองข้างทาง ณ โรงเรียนบ้านวังรักและตามแนวถนน เมื่อวันที่ ๘ และ ๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาจำนวน ๓,๒๐๐ ต้น และจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนหมดฤดูฝน 
๒) การบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล : ได้นำกำลังพลร่วมบริจาคโลหิตให้กับสถาบันพยาธิวิทยา โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้ยอดโลหิตรวมทั้งสิ้น ๒๖,๐๐๐ ซีซี 
๓) โครงการไบโอดีเซล : หน่วยได้รวบรวมน้ำมันพืชที่ใช้แล้วจากกำลังพลส่งให้ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ จำนวน ๑๗๕ ลิตร 
กลุ่มเป้าหมายการรักษาเอกราชอธิปไตยของชาติและการรักษาความมั่นคงภายใน : 
ก. การปฏิบัติตามยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงภายในและการรักษาความสงบเรียบร้อย : กรมทหารปืนใหญที่ ๑ รักษาพระองค์ คงยึดถือและปฏิบัติงานตามภารกิจ แนวทางการดำเนินงาน หลักการและมาตรฐานที่กำหนดไว้ในยามปกติ โดยกำหนดงานที่สำคัญจำนวน ๓ เรื่อง คือ 
๑) พัฒนาระบบงานการข่าวให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ปัจจุบันได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสารกับฝ่ายข่าวกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ทุกสัปดาห์ และมีเครือข่ายงานข่าวประจำอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบสามารถติดตามและรายงานเหตุการณ์ได้ทันเวลา 
๒) พื้นที่รับผิดชอบ ได้แก่ เขตพระนคร ได้จัดทำแผนการเคลื่อนย้าย และแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป 
๓) การติดตามสถานการณ์และพัฒนาความพร้อมของระบบปฏิบัติการ ได้จัดทำฐานข้อมูลที่สำคัญไว้และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ ปัจจุบันกำลังดำเนินการปรับปรุงห้องศูนย์ปฏิบัติการของหน่วย เพื่อให้ทันสมัยและสามารถรองรับภารกิจต่าง ๆ ในอนาคต ข. โครงการช่วยเหลือวัดใน ๓ จชต. : กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ และหน่วยขึ้นตรงได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของสำนักสงฆ์ต้นทุเรียน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในเดือนที่ผ่านมานั้นได้บริจาคเงินเป็นจำนวน ๖,๕๓๓ บาท 
กลุ่มเป้าหมายกำลังพล หน่วยทหาร สง่างาม มีวินัย พร้อมรบและพร้อมที่จะตอบสนองคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยทันที : 
ก. กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้จัดให้มีการฝึกทบทวนหลังการรวมแถวประจำวันเป็นเวลา ๑ ชม. เพื่อให้กำลังพลได้มีความกระตือรือร้นและมีความพร้อม นอกจากนี้ยังได้มีการอบรมนายทหารระดับผู้บังคับกองร้อยเป็นประจำทุกเดือน เพื่อทดสอบและประเมินผลความรู้ในตำแหน่งหน้าที่ ให้สามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้ในโอกาสต่อไป 
ข. อำนวยการและติดตามการพัฒนาความพร้อมรบของกำลังเตรียมพร้อมและกำลังเผชิญเหตุของหน่วยขึ้นตรงที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า เป็นกำลังเตรียมพร้อมตามแผนป้องกันประเทศ เป็นกำลังตามแผนเผชิญเหตุหรือเป็นกองหนุนให้กับกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์เมื่อสั่ง 
ค. การแสดงออกถึงความสง่างามและความมีระเบียบให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนด้วยการจัดกองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุตในงานพระราชพิธี และ งานพิธีต่าง ๆ กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ช่วยเหลือประชาชน รักษาผลประโยชน์ของชาติ : 
ก. โครงการชุมชนพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง : กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ในนาม ชุมชนปืนหนึ่ง ได้เข้าร่วมโครงการกับกรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเวทีชาวบ้าน เพื่อร่วมกันจัดทำแผนและแนวทางในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยยึดหลักการพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพิงจากภายนอก และสามารถแก้ไขปัญหาในชุมชน ด้วยการให้สมาชิกในชุมชนได้มีส่วนในการกำหนดแนวทางและมีกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน 
ข. โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อเยาวชนปืนหนึ่ง : กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาความรู้ให้กับบุตรหลานของกำลังพลที่จะเติบโตขึ้นไปในวันข้างหน้า จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากโรงงานยาสูบเป็นจำนวน ๒๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อดำเนินการปรับปรุงอาคารที่มีอยู่ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ โดยใช้ชื่อว่า "ศูนย์การเรียนรู้เพื่อเยาวชนปืนหนึ่ง" และได้จัดพิธีเปิดอาคารอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่เป็นวิทยากรจากสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่มาร่วมสร้างกิจกรรมความรู้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมีบุตรหลานของกำลังพลเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ ๑๐๐ คน 
การเตรียมกำลัง 
กลยุทธที่ ๒ การพัฒนาประสิทธิภาพ การปฏิบัติการ และการปรับปรุงคุณภาพการบริหารจัดการ กลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาความสามารถ สมรรถนะหลัก และประสิทธิภาพของกำลังพล : 
ก. กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้นำหลักสูตรผู้บังคับหมู่ยุทธศาสตร์มาบูรณาการเข้ากับการฝึกประจำวันของหน่วยขึ้นตรง และประยุกต์ให้เข้ากับแนวทางการพัฒนากำลังพลของเหล่าทหารปืนใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้หน่วยขึ้นตรงที่รับผิดชอบในการฝึกระบบกำลังสำรองได้แก่การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ให้สอดแทรกความรู้ตามแนวทางโครงการแกนนำภาคประชาชนเข้าไปในหลักสูตรด้วย 
ข. โครงการจัดตั้งและพัฒนาแกนนำภาคประชาชน : ปัจจุบันหน่วยขึ้นตรงของกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้ดำเนินการคัดเลือกและเก็งตัวทหารใหม่ ที่ฝึกจบไปแล้ว และเตรียมดำเนินการในขั้นที่ ๑ ร่วมกับทหารเก่าต่อไป ขณะเดียวกันได้สรุปและปรับการดำเนินงานเพื่อเตรียมการเข้าสู่ขั้นที่ ๒ ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ต่อไป 
กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาโรงเรียนของหน่วย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี่และสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาองค์กร : 
ก. กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้จัดตั้ง Unit School ขึ้นตามแนวทางของกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ ๑๖ ถึง ๒๐ มิถุนายนที่ผ่านมาโดยทำการสอนในวิชาการประสานการยิงสนับสนุน มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน ๔๒ นาย และสอนวิชาปืนกล ๙๓ โดยครูฝึกจากกองพันทหารม้าที่ ๔ รักษาพระองค์ มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน ๔๐ นาย 
ข. แผนในการเปิดห้องเรียนต่อไปของหน่วย เนื่องจากกองพัทหารปืนใหญ่ที่ ๓๑ รักษาพระองค์ ได้รับปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง L119 ซึ่งเป็นอาวุธปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มม.ที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพบกไทย ดังนั้น กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ จึงมีแผนที่จะให้เปิดห้องเรียนสำหรับนายทหารระดับ ผบ.ร้อย ลงไป ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในอาวุธปืนใหญ่ชนิดนี้ ซึ่งคาดว่าจะกระทำได้ภายหลังจากการฝึกภาคกองร้อยปืนใหญ่สนามไปแล้ว 
กลยุทธที่ ๓ พัฒนาเสริมสร้างทรัพย์สินที่เป็นทุนของหน่วยให้เข้มแข็งก้าวหน้า 
กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างครู/ผู้ชำนาญ : จากแนวทางการพัฒนาโดยกองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ ได้มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงดำเนินการพัฒนาบุคลากร ซึ่งถือเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญนั้น กรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ จึงได้ส่งเสริมสนับสนุนให้กำลังพลทุกระดับชั้นได้พัฒนาตนเองในด้านการศึกษา โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ 
กลุ่มพลทหารกองประจำการ ให้ศึกษาต่อตามระบบ กศ.น. 
กลุ่มกำลังพลและครอบครัว ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและสนใจที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 
กลุ่มบุตรหลานของกำลังพล สร้างแรงจูงใจด้วยการมอบทุนการศึกษาให้เป็นประจำทุกปี 
กลุ่มเป้าหมายสร้างและส่งเสริมภาวะผู้นำในตัวผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น : 
ได้แก่กิจกรรมการเดินทางไกล ซึ่งกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ได้ดำเนินการเป็นประจำทุกเดือน และจะปรับเลื่อนเวลาเริ่มออกเดินเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน เพื่อให้กำลังพลมีความคุ้นเคยในทุกสภาพอากาศ และพร้อมที่จะรับภารกิจได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา 
กลุ่มเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มพูนขวัญ สวัสดิการและความเป็นอยู่ของกำลังพลให้มีความเป็นอยู่ที่ดี : 
ได้มอบหมายให้หน่วยขึ้นตรงของกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ดำเนินการจัดทำบัญชีครัวเรือนให้กับกำลังพล เพื่อบันทึกรายรับและรายจ่ายในแต่ละวัน และรวบรวมให้ผู้บังคับหน่วยของตนตรวจบัญชีในทุกวันที่ ๕ ของเดือน 
กลยุทธที่ ๔ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด : 
ทรัพยากรของหน่วยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้รับการบรรจุในอัตราอนุมัติแตกต่างกันดังนี้ 
ก. สถานภาพกำลังพล 
๑) นายทหารสัญญาบัตร อัตราเต็ม ๑๖๕ อัตราอนุมัติ ๑๔๕ บรรจุจริง ๘๒ ขาดอัตรา ๖๓ นาย คิดเป็นบรรจุจริง ร้อยละ........... 
๒) นายทหารประทวน อัตราเต็ม ๙๕๙ อัตราอนุมัติ ๘๑๘ บรรจุจริง ๖๔๕ ขาดอัตรา ๑๗๓ นาย คิดเป็นบรรจุจริง ร้อยละ........... 
๓) พลทหาร อัตรเต็ม ๙๖๑ อัตราอนุมัติ ๗๔๙ บรรจุจริง ๘๑๓ เกินอัตรา ๖๔ นาย คิดเป็นบรรจุจริง ร้อยละ........... 
เนื่องจากได้รับการเพิ่มเติมสำหรับกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์ในภารกิจกองรักษาการณ์พระตำหนักปทุมธานี และกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๓๑ รักษาพระองค์ในการสนับสนุนหน่วย RDF จึงได้รับการบรรจุเกินอัตราอนุมัติ 
ข. สถานภาพอาวุธประจำหน่วย : 
๑) ปบค.ขนาด ๑๐๕ มม. M101 A1(ปรับปรุง) ป.พัน.๑ รอ. จำนวน ๑๘ กระบอก 
๒) ปร.ขนาด ๗๕ มม. M80 สำหรับการยิงสลุต ป.พัน.๑ รอ. จำนวน ๔ กระบอก 
๓) ปบค.ขนาด ๑๐๕ มม. M425 ป.พัน.๑๑ รอ. จำนวน ๑๘ กระบอก อยู่ระหว่างการส่งคืนกองคลังแสง สพ.ทบ. และรับ ปบค.ขนาด ๑๐๕ มม.M101 A1(ปรับปรุง) จาก ป.พัน.๗ 
๔) ปบค.ขนาด ๑๐๕ มม. L119 ป.พัน.๓๑ รอ. จำนวน ๑๘ กระบอก 
สรุปมีความพร้อมรบด้านอาวุธประจำหน่วย ร้อยละ ๑๐๐

 

 

 
 
 
Today's Best Online Deals.
Ads By Sense1
Ads By Sense1